สมัครสมาชิกวันนี้

  • Silver
  • สมาชิกระดับ Silver
  • ฟรี
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐานได้
  • ข้อมูลผู้ประกอบการต่างประเทศ
  • ข้อมูลสถิติในประเทศและต่างประเทศ
  • มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ
  • กฎ ระเบียบ นโยบายในประเทศ
  • เทคโนโลยี และงานวิจัย
  • สมัครสมาชิก
ข่าวสารยานยนต์
อ่านข่าวสารล่าสุด

ค้นหาข้อมูล

ความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม

          อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านมาครึ่งปี (ม.ค.-มิ.ย.61) มีแนวโน้มสดใส ทั้งยอดผลิตรถยนต์ 1,056,569 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 11.1% ส่วนยอดขายรถในประเทศ 489,261 คัน โต 19.3% นำโดย โตโยต้า  141,989 คัน อีซูซุ 86,363 คัน ฮอนด้า 59,838 คัน มิตซูบิชิ 41,101 คัน และมาสด้า 33,593 คัน   โดยค่ายที่มีอัตราเติบโตสูงต้องยกให้มาสด้าขายเพิ่มขึ้นถึง 40%  รวมถึงเอ็มจี ที่โตกว่า 100% ด้วยยอดขายรวม 12,028 คัน ขณะที่ค่ายใหญ่อื่นๆ ก็เป็นบวกกันถ้วนหน้า แต่มีหลุดไปเล็กน้อยคือฮอนด้า ที่ขายลดลง 2.6%   แม้จะมีผลกระทบจากราคาสินค้าการเกษตร และหนี้ภาคครัวเรือนสูง แต่ในภาพรวมของตลาดรถยนต์ยังมีกำลังซื้ออยู่พอสมควร สังเกตได้จากรถทุกเซ็กเมนต์ เช่นปิกอัพ ที่มียอดขาย  207,371 คัน เพิ่มขึ้น 20.2% เบอร์ 1 คืออีซูซุ ดีแมคซ์ ตามมาติดๆคือโตโยต้า ไฮลักซ์รีโว่ และฟอร์ด เรนเจอร์ ส่วนอันดับอื่นๆที่ตามมาก็ถือว่ายอดขายเติบโตทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นมิตซูบิชิ ไทรทัน ,นิสสัน นาวารา ,เชฟโรเลต โคโลราโด และมาสด้า บีที -50  ด้านพีพีวี หรือ ปิกอัพดัดแปลงมียอดขายรวม 30,061 คัน เพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนกลุ่มเอสยูวี หรือรถอเนกประสงค์ มียอดขายรวม 38,814 คัน เพิ่มขึ้น 57.1% และเมื่อรวมทั้ง 2 เซ็ก เมนต์พบว่ายอดขายมีทั้งสิ้น 68,875 คัน เพิ่มขึ้น 29.3%   ในกลุ่มบี-เอสยูวี ที่พัฒนาบนพื้นฐานรถยนต์นั่งถือว่าแข่งขันกันรุนแรง ทั้งโตโยต้า ซี-เอชอาร์ ใหม่ การไมเนอร์เชนจ์ของฮอนด้า เอชอาร์วี และมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 รุ่นที่ขายมากที่สุดเป็นของ เอ็มจี แซดเอส 7,565 คัน

ที่มา: หนังสือพิมพ์  ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 26 กรกฎาคม 2561

 

             นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการต่างๆ รวมทั้งสิ้น 4 โครงการมูลค่ารวมกว่า 29,631 ล้านบาท ช่วยผลักดันการใช้วัตถุดิบในประเทศรวมมูลค่ากว่า 19,480.8 ล้านบาทต่อปี  2 ค่ายรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมและแบตเตอรี่  สำหรับโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขยายกิจการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,600 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ชลบุรีซึ่งโรงงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในฐานการผลิตของบริษัทที่มีโรงงานกระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 80 แห่ง โดยการลงทุนครั้งนี้บริษัทได้มีการลงทุนที่มุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนภายในประเทศไทย รวมถึงมีการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่า794ล้านบาท2.บริษัทนิสสันมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicles-HEV) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เงินลงทุนทั้งสิ้น 10,960 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยบริษัทมีแผนที่จะใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่ากว่า 15,920 ล้านบาทต่อปี เป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมรุ่น e-Powerซึ่งเดิมมีฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวที่ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นเทคโนโลยีหลักในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์จากระบบเครื่องยนต์ในปัจจุบันไปสู่ระบบไฟฟ้า  3.บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicles-HEV) และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเงินลงทุนทั้งสิ้น 5,821 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่บริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา และจ.ปราจีนบุรี โดยบริษัทมีแผนใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เช่น ล้อรถยนต์ ชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ กันชนหน้า/หลัง ชุดสายไฟ เป็นต้นคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,766.8 ล้านบาท รวมทั้งยังมีแผนในการผลิตชิ้นส่วนอื่นภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการนำเข้าในอนาคตอีกด้วย
ที่มา: หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่  25 กรกฎาคม 2561

 

            Guangzhou Automobile Group Co. is establishing two joint ventures with leading domestic battery maker Contemporary Amperex Technology to build electric-vehicle batteries for its vehicle brands as well as its joint ventures with global automakers.   Under contracts the companies signed Thursday, the two joint ventures will be established in the south China city of Guangzhou where GAC is headquartered.  One of the joint ventures will produce battery cells. With 1 billion yuan ($148 million) in registered capital, it will be structured as a 49-51 partnership between GAC and CATL.  The other joint venture will assemble battery systems. It will be 51 percent owned by GAC with the remaining 49 percent interest to be held by CATL.
ที่มา : www.autonews.com วันที่ 24 กรกฎาคม 2561

 

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า บุคลากรสายอาชีวะในประเทศปัจจุบันมีประมาณ 6-8 ล้านคนเท่านั้นหรือมีแค่ 15% ของแรงงานในประเทศที่มีอยู่ราวๆ 35-40 ล้านคน ขณะที่การผลิตบุลากรสายอาชีวะก็ยังได้ทำเพียง 2 แสนกว่าคนต่อปี ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการพัฒนาประเทศภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-Curve ซึ่งหนึ่งในอุตฯหลักที่เป็นตัวชูโรงในการขับเคลื่อนนโยบาย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งทางภาครัฐและเอกชนมาทำงานร่วมกัน รัฐบาลได้วางเป้าหมายที่จะเร่งผลิตบุคลากรสายอาชีวะให้ได้อย่างน้อย 2 ล้านคน ภายในระยะเวลา 5 ปี
ที่มา:หนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ วันที่ 24 กรกฎาคม 2561
 

 

         นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เปิดเผย  ถึงความคืบหน้าโปรเจ็กต์ส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน 3 ประเภทคือ ไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี ว่าบอร์ดบีโอไอได้ทยอยอนุมัติตามที่ค่ายรถยื่นเสนอมา โดยขณะนี้อนุมัติไปแล้วหลายหมื่นล้านบาททั้งค่ายญี่ปุ่นและยุโรป อาทิ โตโยต้า, เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู และในสัปดาห์หน้าจะอนุมัติเพิ่มอีก 1 รายคือค่ายฮอนด้า     นอกจากนี้ยังมีค่ายแบตเตอรี่จากต่างประเทศสนใจลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกจำนวน 5 ราย ทำให้มั่นใจว่าปีหน้าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์จะขยายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทั้งเม็ดเงินลงทุนจากค่ายรถยนต์เองและจากกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์    กระแสเรื่องค่ายรถยนต์ขอรวมแพ็กเกจอีโคคาร์พ่วงกับแพ็กเกจไฮบริด หรือไมลด์ไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด และอีวีเข้าไปด้วย เป็นสูตรใหม่ ด้วยเห็นว่าเทคโนโลยีที่แต่ละค่ายมีอยู่ในปัจจุบัน สามารถผลิตรถยนต์ให้ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้เข้าตามเงื่อนไข ทั้งประหยัด ปลอดภัย และรักษ์โลก โดยร้องขอรับสิทธิประโยชน์รวม 2 แพ็กเกจไปพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ภาษีสรรพสามิตลดต่ำลงกว่าเดิม
ที่มา : หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 23  กรกฎาคม  2561

 

          นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ก.ค.นี้  กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ เตรียมหารือเพื่อปรับเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์ปี 61 ใหม่ทั้งหมด หลังจากพบว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดผลิตรถยนต์ที่ขายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีจำนวน 484,371 คัน เพิ่มขึ้น 17.45% จึงมีความเป็นได้ที่ปีนี้จะมียอดขายในประเทศอยู่ที่ 950,000-980,000 คัน สูงกว่าเป้าหมายเดิมคาดว่าอยู่ที่ 900,000 คัน ส่วนยอดส่งออกอาจมีการปรับเป็น 1.12 ล้านคัน จากเป้าเดิมที่ 1.1 ล้านคัน รวมยอดผลิตรถยนต์ทั้งปี 2.07-2.1 ล้านคัน จากเดิม 2 ล้านคัน  สำหรับจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือน มิ.ย. มีทั้งสิ้น 188,970 คัน เพิ่มขึ้น 7.71% แม้การผลิตเพื่อส่งออกมีจำนวนทั้งสิ้น 95,500 คัน ลดลง 2.15% แต่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศผลิตได้ 93,407 คัน เพิ่มขึ้น 20.1% สอดคล้องกับยอดขายในประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 87,854 คัน เพิ่มขึ้น 25.9% ทั้งนี้จากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ แนวโน้มการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้น การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ภาคการก่อสร้างเริ่มดีขึ้น ผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและมีราคาดี ภาคการส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้น การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยรวมทั้งนักท่องเที่ยวยังเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น มีจำนวนทั้งสิ้น 95,200 คัน จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดออสเตรเลีย และตลาดยุโรป โดยการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ วันที่ 19 กรกฎาคม 2561

 

Brussels, 17 July 2018 – In June 2018, passenger car registrations posted a robust increase (+5.2%) across the EU, totalling almost 1.6 million new cars.  In June 2018, passenger car registrations posted a robust increase (+5.2%) across the EU, totalling almost 1.6 million new cars. In volume terms, this result marked the highest June total on record to date. Results were diverse among the five major EU markets. The United Kingdom (-3.5%) and Italy (-7.3%) both posted declines, while demand for cars increased in France (+9.2%), Spain (+8.0%) and Germany (+4.2%). Over the first half of 2018, the European passenger car market grew by 2.9% to reach 8,449,247 units. The strong performance of the new EU member states is worth highlighting, as registrations increased by 11.4% so far this year. Looking at the major markets, demand went up in Spain (+10.1%), France (+4.7%) and Germany (+2.9%), although sales contracted in the United Kingdom (-6.3%) and in Italy (-1.4%) during the first six months of this year.

ที่มา: acea.be วันที่  18 กรกฎาคม 2561

 

   Electrified vehicle sales remain strong across China with combined deliveries of electric vehicles and plug-in hybrids surging 43 percent from a year earlier to roughly 84,000 in June.  EV sales last month jumped 30 percent to around 62,000 while plug-in hybrid deliveries more than doubled to about 22,000, according to the China Association of Automobile Manufacturers.  In the first six months, approximately 412,000 EVs and plug-in hybrids were sold in China, a 112 percent gain.  The first-half tally represents 313,000 EVs and 99,000 plug-in hybrids, which surged 96 percent and 182 percent, respectively. Domestically produced EVs, plug-in hybrids and fuel cell vehicles qualify for government subsidies.
ที่มา : www.autonews.comวันที่ 17  กรกฎาคม  2561

 

 

              กระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียเตรียมพิจารณายกเว้นภาษี ให้กับบรรดาผู้ผลิตแบตเตอรี่ หวังเพิ่มการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในประเทศ โดยนายฮาร์จันโต อธิบดีกรมเหล็ก เครื่องจักร การขนส่ง และอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงฯ คาดว่า มาตรการนี้จะจูงใจให้บรรดานักลงทุนเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่      นายฮาร์จันโต เสริมว่า นักลงทุน จำนวนมากจาก จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงความสนใจเข้ามาสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในอินโดนีเซีย แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อนักลงทุน อินโดนีเซียตั้งเป้าเลิกใช้ยานพาหนะ ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2573
ที่มา : หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 12 กรกฎาคม 2561

 

ศูนย์สารสนเทศยานยนต์

ติดต่อ ศูนย์สารสนเทศยานยนต์ สถาบันยานยนต์

อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา (สพข.) ซ.ตรีมิตร กล้วยน้ำไท ถ.พระรามที่ 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0-2712-2414 ต่อ 6443
email : aiu@thaiauto.or.th