สมัครสมาชิกวันนี้

  • Silver
  • สมาชิกระดับ Silver
  • ฟรี
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐานได้
  • ข้อมูลผู้ประกอบการต่างประเทศ
  • ข้อมูลสถิติในประเทศและต่างประเทศ
  • มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ
  • กฎ ระเบียบ นโยบายในประเทศ
  • เทคโนโลยี และงานวิจัย
  • สมัครสมาชิก

พาณิชย์ดีเดย์ห้ามนำเข้ารถยนต์ส่วนตัวใช้แล้ว มีผล 10 ธ.ค.นี้ ระบุเพื่อป้องกันปัญหามลพิษและการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุม เตือนผู้ประกอบการ และเจ้าของรถที่จะนำเข้ารถยนต์ภายใต้ระเบียบเดิม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนไม่เกินวันที่ 9 ธ.ค. 62เท่านั้น นายอดุลย์  โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม หรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร มีผลบังคับใช้วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เป็นต้นไปโดยกำหนดให้รถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัวเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า เพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุม และปรับลดขั้นตอนการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จัดประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2558สำหรับรถยนต์ประเภทอื่นกรมจะถ่ายโอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ยังคงกำกับดูแลรถยนต์ลักษณะพิเศษเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง (รถเครน) และรถยนต์ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศลได้รับบริจาค (รถพยาบาล และรถดับเพลิง)นายอดุลย์กล่าวอีกว่า ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 87.01 (ยกเว้นรถหัวลาก) ประเภท 87.02 ประเภท 87.03 (ยกเว้นรถพยาบาล) ประเภท 87.04 และรถยนต์โบราณตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 97.06 ภายใต้ประกาศและระเบียบฉบับเดิมต้องนำเข้าภายในวันที่ 9 ธ.ค. 2562ขั้นตอนการขออนุญาตนำเข้าหากผู้นำเข้าแสดงหลักฐานและเอกสารประกอบคำขอได้สมบูรณ์ครบถ้วน กรมจะใช้เวลาในการพิจารณาอนุญาตไม่เกิน 25 วัน โดยต้องได้รับใบอนุญาตก่อนนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และใบอนุญาตนำเข้าจะมีอายุไม่เกินวันที่ 9 ธ.ค. 2562 เท่านั้นทั้งนี้ รถยนต์ใช้แล้วภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ พ.ศ.2496 ประกอบด้วยรถยนต์ใช้แล้ว 9 ประเภท ได้แก่ 1.รถยนต์นั่งเพื่อใช้เฉพาะตัว 2.รถลักษณะพิเศษที่ใช้ในกิจการของตน 3.รถยนต์ทุกชนิดที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษี 4.รถยนต์โดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล 5.รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเป็นการชั่วคราว 6.รถยนต์เพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือทางการศึกษาวิจัย 7.รถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก 8.รถยนต์เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และ 9.รถยนต์ทุกชนิดโดยใช้ประโยชน์สุทธินำกลับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม 2562