สมัครสมาชิกวันนี้

  • Silver
  • สมาชิกระดับ Silver
  • ฟรี
  • สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐานได้
  • ข้อมูลผู้ประกอบการต่างประเทศ
  • ข้อมูลสถิติในประเทศและต่างประเทศ
  • มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ
  • กฎ ระเบียบ นโยบายในประเทศ
  • เทคโนโลยี และงานวิจัย
  • สมัครสมาชิก
กฎระเบียบและข้อกำหนดยานยนต์
กฎระเบียบและข้อกำหนดล่าสุด

ค้นหาข้อมูล

มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ

       แผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อินเดีย (The Automotive Mission Plan: AMP) ปี 2006- 2016 ของอินเดีย มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเพิ่มการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสนับสนุนการส่งออกรถยนต์เล็ก (Small cars) รถยนต์อเนกประสงค์ (MUV: Multi - Utility Vehicle) รถสองล้อ และสามล้อ (Two wheelers and three wheelers) รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ (Auto components) อีก ทั้งยังมุ่งให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จํานวน 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมุ่งหมายให้อินเดียเป็นผู้นําในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกที่สําคัญในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีสาระสําคัญคือต้องการให้อินเดียเป็นผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนําของโลก และเป็นศูนย์กลางของการส่งออกรถยนต์เล็ก รถยนต์อเนกประสงค์ รถสองล้อและรถสามล้อ รถแทร็คเตอร์ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ และตั้งเป้าหมายว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จะมีมูลค่ารวมถึง 145,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2016 จากปัจจุบันที่มีมูลค่า 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

       นอกจากนี้รัฐบาลอินเดีย ได้มีการจัดตั้ง National Automotive testing and R&D Infrastructure Project (NATRIP) เพื่อจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา การวิเคราะห์ตลาด โดยมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมยานยนต์อินเดียมีศักยภาพและมีความแข็งแกร่ง

 

       วิสัยทัศน์ของนโยบาย
       ต้องการให้อินเดียเป็นทางเลือกสําหรับการออกแบบและการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ระดับชั้นนําของโลก และต้องการให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีมูลค่ารวม 145,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการเติบโตมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) รวมถึงให้มีการจ้างงานจํานวน 25 ล้านคนในอุตสาหกรรมภายในปี 2016

 

       วิสัยทัศน์ในอนาคตสําหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
         · อินเดียจะใช้ความได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศ ในการที่จะเป็นศูนย์กลางของการผลิตยานยนต์และการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สําหรับ การขายในประเทศ การผลิตเพื่อการส่งออก (ทั้งยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์) และในด้านการให้บริการ เช่น การออกแบบ วิศวกรรม และ Back office operation โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2016 อุตสาหกรรมยานยนต์ของอินเดียจะมีมูลค่าประมาณ 122,000 - 159,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้นจากมูลค่า 34,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2006)

 

        · รักษาตําแหน่งของการเป็นผู้นําในด้านต่างๆ ได้แก่
           - เป็นผลิตรถแทร็กเตอร์ (Tractor) และรถสามล้อ (Three wheelers) รายใหญ่ที่สุดของโลก
           - เป็นผู้ผลิตรถสองล้อ (Two wheelers) อันดับที่ 2 ของโลก
           - เป็นผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก
           - เป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับที่ 11 ของโลก และได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับที่ 7 ของโลกภายในปี 2016

 

       ในปี 2016 อินเดียตั้งเป้าหมายว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จะทําให้ GDP ของประเทศ เติบโตขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบันที่ระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ และทําให้ภาคการผลิต (Manufacturing Sector) เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 17 เปอร์เซ็นต์ เป็น 30-35 เปอร์เซ็นต์

 

       โดยสิ่งสําคัญที่จะทําให้นโยบายยานยนต์ฉบับนี้ บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้นั้นสิ่งสําคัญคือ การที่ต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากบริษัทข้ามชาติจํานวน 3,500 - 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า (2006 - 2016) เพื่อที่จะใช้อินเดียเป็นฐานในการผลิต โดยในแผน AMP ได้ระบุว่า ประเทศคู่แข่งที่สําคัญของอินเดียได้แก่ จีนและไทย เป็นต้น

 

       ในปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินเดียมีการจ้างงานดังต่อไปนี้
         - ภาคการผลิตยานยนต์ มีการจ้างงานประมาณ 200,000 คน
         - ภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มีการจ้างงานประมาณ 250,000 คน
         - อุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ มีการจ้างงานประมาณ 10 ล้านคน

 

       อย่างไรก็ตามในแผน AMP ของอินเดีย มีการตั้งเป้าหมายที่จะสร้างงานใหม่เพิ่มขึ้นถึง 25 ล้านตําแหน่งภายในเวลา 10 ปีโดยเป็นการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยาน ยนต์ รวมถึงงานในด้านการขายและการให้บริการ การบํารุงรักษา และการกระจายสินค้า เป็นต้น

 

       มาเลเซียมีการประกาศนโยบายยานยนต์แห่งชาติ (National Automotive Policy) เพื่อ ใช้พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนตร์ในประเทศหลายฉบับ โดยที่นโยบายยานยนต์แห่งชาติฉบับล่าสุดประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 โดยมีรายละเอียดในหัวข้อต่างๆดังนี้

 

      วัตถุประสงค์ของนโยบายยานยนต์แห่งชาติมาเลเซีย
      วัตถุประสงค์โดยรวมของนโยบายยานยนต์แห่งชาติของมาเลเซีย คือ ความต้องการสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ โดยให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของประเทศและให้กับ ชาวมาเลเซียมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยอยู่ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียได้ตั้งวัตถุประสงค์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งชาติ ดังนี้

        - เพื่อส่งเสริมการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตรถยนต์แห่งชาติ
        - เพื่อส่งเสริมให้ประเทศมาเลเซียเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค(Automotive regional Hub) โดยมุ่งเน้นในการผลิต การประกอบชิ้นส่วน รวมถึงการกระจายสินค้า
        - เพื่อส่งเสริมการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
        - เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันอย่างกว้างขวางของผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยานยนต์
        - เพื่อปกป้องผู้บริโภคในประเทศให้ได้รับสินค้าและบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

 

       โครงสร้างภาษีใหม่สำหรับ CKD และ CBU ในนโยบายยานยนต์แห่งชาติ
       จากนโยบายยานยนต์แห่งชาติฉบับใหม่ ได้กำหนดโครงสร้างภาษีสำหรับรถยนต์โดยแยกเป็นโครงสร้างภาษีสำหรับ CKD และโครงสร้างภาษีสำหรับ CBU ดังต่อไปนี้

 

       ตารางที่ 1 โครงสร้างภาษีสำหรับ CKD

 

 

ASEAN

NON-ASEAN

Import Duty (%)

Excise Duty (%)

Import Duty (%)

Excise Duty (%)

Passenger Car

0

75-125

0

75-125

MPV/Van

0

60-125

0-10

60-125

4WD

0

65-125

10

65-125

Lorry

0

10

0

10

Bus

0

10

0

10

 

ที่มา : MITI , Malaysia

 

       ตารางที่ 2 โครงสร้างภาษีสำหรับ CBU

 

ASEAN

NON-ASEAN

Import Duty (%)

Excise Duty (%)

Import Duty (%)

Excise Duty (%)

Passenger Car

5

75-125

30

75-125

MPV/Van

5

60-125

30

60-125

4WD

5

65-125

30

65-125

Lorry

5

10

30

10

Bus

5

10

30

10

 

ที่มา : MITI , Malaysia

 

ศูนย์สารสนเทศยานยนต์

ติดต่อ ศูนย์สารสนเทศยานยนต์ สถาบันยานยนต์

อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา (สพข.) ซ.ตรีมิตร กล้วยน้ำไท ถ.พระรามที่ 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0-2712-2414 ต่อ 6501
email : aiu@thaiauto.or.th